ไปทำความรู้จักกับการสอบ GED ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร


ไปทำความรู้จักกับการสอบ GED ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ไปทำความรู้จักกับการสอบ GED ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร

ไปทำความรู้จักกับการสอบ GED ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร สำหรับการสอบ GED (General Educational Development) ในประเทศไทยของเราอาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยม และคนส่วนมากไม่ค่อยรู้จักกันสักเท่าไหร่ เนื่องจากคนไทยยังยึดติดกับระบบการเรียน การสอบ แบบเดิม ๆ ที่ต้องเรียนตามขั้นตอน ดังนั้นวันนี้สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ไม่อยากจะเรียนมัธยม อยากจะข้ามไปเรียนมหาลัยเลย เราจะพาไปรู้จักกับการสอบ GED ให้มากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปดูกันได้เลยค่ะ

GED (General Educational Development) คืออะไร

GED (General Educational Development) เป็นระบบการศึกษารูปแบบหนึ่ง เสมือนเป็นการเรียนเพื่อสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) ตามหลักสูตรของสหรัฐอเมริกา เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ที่ไม่ได้จบ ม.ปลาย หรือ High School สายสามัญ และสามารถใช้ประกาศนียบัตรสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ ทั้งในอเมริกา และต่างประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) ที่รับรองหลักสูตรนี้ อาจจะเรียกได้ว่าคล้ายกับการเรียน กศน. ของไทยก็ว่าได้ แต่เป็นหลักสูตรของอเมริกานั้นเอง ปัจจุบันนักเรียนให้ความสนใจสมัครเรียน GED กันมากขึ้น เพราะเป็นหลักสูตรที่ช่วยให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้นกว่าปกติ ส่วนเรื่องการเตรียมตัวนั้นสามารถเลือกหาซื้อคู่มือมาอ่านเอง หรือสมัครเรียนกับสถาบันที่เปิดติวโดยเฉพาะ ปัจจุบันปรับปรุงหลักสูตรเรียกว่า New GED

GED (General Educational Development) คืออะไร

สอบ GED ไปเพื่ออะไร

หากสอบ GED ผ่านตามเกณฑ์ จะได้รับใบคะแนน (Transcript) และใบประกาศนียบัตร (Diploma) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยให้การรับรองว่ามีเนื้อหาเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งทำให้สามารถนำผลการสอบ GED ไปเป็นหลักฐานประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศไทยได้

สอบ GED ผ่านแล้วสามารถนำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยใช่ไหม

เมื่อสอบ GED ผ่านแล้วถือว่าผู้สอบผ่านมีคุณสมบัติเทียบเท่าผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรม.ปลายของไทย แต่กระบวนการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมักจะต้องการคุณสมบัติอื่น ๆ ด้วย

วิชาและเกณฑ์การสอบผ่าน GED

GED ประกอบไปด้วยข้อสอบ 4 วิชา ดังนี้

Reasoning Through Language Arts (RLA)

ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษประกอบไปด้วยข้อสอบแบบ multiple choices, drag and drop, select and area, และ drop down วัดทักษะการอ่าน ไวยากรณ์พื้นฐาน และการเขียนเรียงความแบบโต้แย้ง โดยการสอบ ใช้เวลารวม 150 นาที แบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนที่ 1 – การอ่าน และ ไวยากรณ์พื้นฐาน จำนวนคำถามโดยประมาณ 45 ข้อ

  • เรื่องแต่ง (fiction) 2 เรื่อง
  • บทความทั่วไป (non-fiction) 5 เรื่อง
  • บทความเพื่อวัดความรู้ไวยากรณ์พื้นฐาน 1 เรื่อง

ส่วนที่ 2 – การเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ

Social Studies

ข้อสอบวิชาสังคม ประกอบไปด้วยคำถาม 30 ข้อ ใช้เวลาทั้งหมด 70 นาที ทักษะที่เน้นในวิชานี้คือการอ่านวิเคราะห์ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครอง รวมถึงการอ่านตัวเลข กราฟ ตาราง และแผนที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคมศึกษา เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ได้แก่

  • ประวัติศาสตร์อเมริกา (U.S. History)
  • การเมืองการปกครอง (Civic and government)
  • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • ภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์โลก (Geography and the world)

Mathematical Reasoning

จะเป็นการสอบวิชาคณิตศาสตร์ ประกอบไปด้วยคำถามจำนวน 46 ข้อ ใช้เวลาทั้งหมด 115 นาที หัวข้อที่ออก ได้แก่

  • คณิตศาสตร์พื้นฐาน (Basic Math)
  • เรขาคณิต (Geometry)
  • พีชคณิตพื้นฐาน (Basic Algebra)
  • กราฟและฟังก์ชัน (Graphs and function)

Science

จะเป็นการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ ประกอบไปด้วยคำถามจำนวน 34 ข้อ ใช้เวลาทั้งหมด 90 นาที หัวข้อที่ออกได้แก่

  • การอ่านบทอ่านภาษาอังกฤษที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Reading for meaning in Science)
  • การออกแบบและทดลองทางวิทยาศาสตร์ (Designing and interpreting science experiments)
  • การอ่านตัวเลขและกราฟที่เกี่ยวข้องกับวิชาวิทยาศาสตร์ (Using numbers and graphics in science)

โดยการสอบนั้นผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์จะต้องมีคะแนนรวม 5 วิชาไม่ต่ำกว่า 2,250 คะแนน โดยในแต่ละวิชาจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 410 คะแนน ซึ่งผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในแต่ละวิชาจะสามารถลงสอบใหม่ได้อีก 3 ครั้ง แต่หากยังสอบไม่ผ่าน ผู้สอบจะต้องรออีก 3 เดือน หรือ 90 วัน จึงจะลงสอบใหม่ได้ ยกเว้นกรณีที่ผู้สอบผ่านเกณฑ์ที่กำหนดแต่ละรายวิชาแล้วแต่ต้องการปรับคะแนนให้มากขึ้น (re-score) ผู้สอบสามารถลงสอบได้ใหม่โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และหลังจากสอบเสร็จประมาณ 15-30 วัน ระบบจะทำการรวมคะแนนใน Transcript โดยนับเอาคะแนนที่สูงสุด

การสอบนั้นผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์จะต้องมีคะแนนรวม 5 วิชา

ค่าใช้จ่ายในการสอบ GED

การสอบ GED มีค่าใช้จ่ายดังนี้

  • ค่าสอบวิชาละ $75
  • ค่าเอกสาร Transcript $18 โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน
  • ค่าเอกสาร Diploma (ฟรี) โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน

สอบ GED วันไหนได้บ้าง

ข้อสอบ GED มีการจัดสอบตลอดทั้งปีทั้งวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์ (แล้วแต่นโยบายแต่ละศูนย์สอบ)โดยผู้สมัครต้องสมัคร User ID ก่อนจึงจะเช็ควันว่างที่สามารถสมัครสอบได้

วุฒิ GED ใช้เข้าคณะอะไรได้บ้าง

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (ISE)
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ (BBA)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (EBA)
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (COMMDE, INDA)
  • คณะจิตวิทยา หลักสูตรนานาชาติ (JIPP)
  • คณะวิทยาศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (BSAC)
  • คณะนิเทศศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (COMMARTS)
  • คณะอักษรศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (BALAC)
  • หลักสูตรศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมบูรณาการ หลักสูตรนานาชาติ (BAScii)

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (TEP, TEPE)
  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ (BBA)
  • คณะเศรษฐศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ (BE)
  • การเมืองและการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ (BIR)
  • อังกฤษ-อเมริกันศึกษา (BAS)
  • ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ (BEC)
  • สื่อมวลชนศึกษา (BJM)
  • กฎหมายธุรกิจ คณะนิติศาสตร์ (LL.B.)
  • หลักสูตรนวัตกรรมการบริการ (BSI)

และก็จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับบทความเกี่ยวกับ ไปทำความรู้จักกับการสอบ GED ที่หลายคนอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน เป็นการสอบที่เรียกได้ว่าตอบโจทย์สำหรับเด็กยุคใหม่ มาก ๆ สำหรับการสอบGED (General Educational Development) เนื่องจากเป็นการสอบที่หากเราสอบผ่าน ก็ไม่จำเป็นต้องเรียนมัธยมต่อ สามารถเข้าเรียนมหาลัยได้เลยนั่นเอง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงาจากเกาหลี หลายคนคงรู้จัก Backpink วงเกิลกรุ๊ปที่โด่งดัง ทำความรู้จักเรื่อง (ไม่)ลับ ของ 4 สาว BLACKPINK

บทความแนะนำ จากคนเล่น สล็อต การวางแผนที่ถูกต้องและเหมาะสมก่อให้เกิดประโยชน์ หากผู้ปฏิบัติงานได้มีการวางแผนที่ดี แล้วจะทำให้องค์การได้รับประโยชน์จากการวางแผน หลักการที่กล่าวมานั้นก็สามารถใช้ได้กับการเล่นสล็อตเช่นเดียวกัน ประโยชน์ของการวางแผน ที่ช่วยในการเล่นสล็อต